tutor4dev

คอร์สอบรม, บทความ และ คลิปวีดีโอ การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่น

ติดตั้ง/ตั้งค่า Node.js และ npm


ถึงแม้่ว่าเราจะไม่ได้พัฒนา Web Application ด้วย Node.js แต่ Node.js นั้นเรียกได้ว่าเป็น Essential ที่ควรค่าต่อการติดตั้งไว้ประจำเครื่องเป็นอย่างยิ่ง หลังจากติดตั้ง Node.js แล้ว เราสามารถใช้โปรแกรม npm ที่ถูกติดตั้งมาพร้อมกับ Node.js ในการเข้าถึงโปรแกรมแบบ CLI (Command Line Interface) มากมาย ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ Workflow การพัฒนาโปรแกรมของเราเป็นอย่างยิ่ง

ติดตั้ง Node.js

  1. ดาวน์โหลด Node.js
  2. ติดตั้ง Node.js โดยใช้ตัวติดตั้งอัตโนมัติ

ผู้อ่านสามารถเลือก Download Node.js Version ตาม Platform ของตนเองได้จาก Link ด้านบน (สำหรับผู้อ่านที่ติดตั้ง Node.js เป็นครั้งแรกขอแนะนำให้ติดตั้ง Version 6.x.x LTS)

ตั้งค่า Node.js

ตัวติดตั้งอัตโนมัติของ Node.js จะทำการตั้งค่า PATH ให้กับเราโดยอัตโนมัติ ทำให้เราสามารถเรียกใช้ Node.js ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม

หลังจากทำการติดตั้ง Node.js เรียบร้อยแล้ว ผู้อ่านสามารถเปิดโปรแกรม Command Prompt (Windows) หรือ Terminal (macOS) เพื่อทดสอบการติดตั้ง Node.js

พิมพ์คำสั่งที่ Terminal

# ตรวจสอบ node version
node --version

# ตรวจสอบ npm version
npm --version

ภาพตัวอย่างการตรวจเช็ค Version ของ Node.js และ npm

จากคำสั่งด้านบน จะเป็นการเรียกดู Version ของ Node.js และ โปรแกรม npm ที่ถูกติดตั้งมาพร้อมกับ Node.js

ซึ่งเราจะไม่ค่อยซีเรียสกับ Version ของ Node.js มากนัก แต่สำหรับโปรแกรม npm จะต้องเป็น Version 3.x.x ขึ้นไป และ เราควรจะหมั่น Upgrade โปรแกรม npm ให้เป็น Version ล่าสุดอยู่เสมอ

พิมพ์คำสั่งที่ Terminal

# upgrade npm

# windows
npm -g install npm

# mac os
sudo npm -g install npm

# ตรวจสอบ npm version
npm --version

เราสามารถใช้โปรแกรม npm ติดตั้ง Module/Package ต่างๆ ที่ถูกพัฒนาด้วย Node.js ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่พิมพ์ชุดคำสั่ง และ ชื่อ Module/Package ให้ถูกต้อง ในกรณีของชุดคำสั่งด้านบน เราได้ใช้โปรแกรม npm ทำการติดตั้ง Module/Package ที่ชื่อ npm (Upgrade ตัวเอง)

การใช้โปรแกรม npm ติดตั้ง Module/Package โดยการระบุ -g นั้น หมายถึงการติดตั้งในแบบ Global ซึ่ง Module/Package ที่ถูกติดตั้งในแบบนี้จะกลายเป็น CLI โปรแกรมที่สามารถถูกเรียกใช้จากภายในเครื่องของเราได้จาก Path ใดก็ได้ ซึ่งต่างจากการติดตั้งแบบไม่ได้ระบุ-g จะเป็นการติดตั้ง Module/Package ที่จะถูกเรียกใช้จากโปรเจคที่ติดตั้งเท่านั้น